ผงชูรส แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าอร่อยแค่ไหน ใส่กับอะไรก็เข้ากันไปหมด

 


ผงชูรส กินกับอะไรก็อร่อย ใส่กับอะไรก็อร่อย นัวไปหมดจริงๆ แล้วรู้หรือไม่ว่าจริงแล้วมันมาจากไหน ใครกันที่เป็นคนค้นพบเจ้าความอร่อยนี้ ผงชูรส หรือชื่อที่ใครๆ อาจจะคุ้นกันในคำศัพท์วิชาการวิทยาศาสตร์ก็คือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต นั้นเองเรามักจะได้ยินบ่อยๆ ตอนสมัยเรียนมัธยมกัน ลักษณะของมันจะเป็นลักษณะผลึกเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว มีสีขาว หากพูดในทางเคมีแล้วชื่อของมันก็คือเกลือเราดีๆ นี่เอง ส่วนกลูตาเมตนั้นเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง กรดอะมิโนจัดได้ว่าเป็นหน่วยย่อยลงมาของโปรตีน ส่วน ผงชูรส ก็คือเกลือของกรดอะมิโนเรานี่เอง ว๊าวมันช่างน่าอัศจรรย์มากจริงๆ นะทุกคน ดังนั้นโครงสร้างทางเคมีของเจ้า ผงชูรส นั้นจึงไม่ได้เป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายได้เลย อีกทั้งยังได้รับการยอมรับอีกด้วยจากองกรค์อาการและยา แม้กระทั่งองกรณ์การอนามัยโลกก็ยังได้ให้การยอมรับว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำมาปรุงแตี่งอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และเจ้า ผงชูรส นี่ถูกค้นพบโดยชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นศาสตาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัยของโตเกียว เขาได้พบเจอมันจากการสกัดสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า คอมบุ จากนั้นมันก็ได้ตกผลึกออกมาเป็นสีน้ำตาลและมีรสชาติที่คล้ายคลึงกับซปสาหร่ายทะเล และสารที่ตกผลึกออกมานั้นเองมีชื่อว่า กรดกลูตามิก ที่เมื่อทำการชิมแล้วมีความคล้ายกับซุปสาหร่ายที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกันอย่างมาก จากนั้นเขาได้กระทำการตั้งชื่อให้กับมันว่า อุมามิ ที่แปลว่าอร่อยนั้นเอง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ทำการจดสิทธืบัตรขึ้น
 

ผงชูรส ทำมาจากอะไรกันนะ หลายคนอาจจะสงสัย แต่หลายๆ คนนั้นก็อาจจะพอทราบกันบ้างแล้ว แน่นอนได้มาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง กากน้ำตาล ซึ่งใช้เอนไซม์ในการย่อยแป้งให้กลายเป็นน้ำตาล หรือหากเราจะพูดพให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนเราอมข้าวไว้ จากนั้นข้าวก็จะค่อยๆ กลายเป็นน้ำตาลที่ให้ความหวานกับเรานั้นเอง จากนั้นก็จะเติมเชื้อจุลินทรีย์ลงไปเพื่อให้มันเกิดกระบวนการหมัก ซึ่งมีการเติมไนโตรเจนให้จุลินทรีย์ จนในท้ายที่สุดนั้นก็จะได้กรดกลูตามิกออกมานั้นเอง และหลังจากนั้นก็จะทำให้มีการตกผลึกเป็นเกลือกลูตาเมตและผ่านขบวนการแยกเอาสิ่งเจือปนต่างๆ ออกนำมาให้ได้ผลึกที่บริสุทธิ์ของโมโนโซเดียมกลูตาเมตนั้นเอง ผงชูรส สามาารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม สามารถใช้ปรุงแต่งอาหารได้ มีการทดลองและศึกษามาอย่างดีแล้ว หากถามว่าทานเยอะมากไปเกินความจำเป็นของร่างกายอันตรายไหมบอกเลยว่าอันตรายอย่างมาก แต่ก็อาจจะไม่ถึงตาย แต่ทางที่ดีนั้นก็ไม่ควรที่จะรับประทานในปริมาณที่เกินกำหนด ข้อดีของ ผงชูรส คือสามารถช่วยให้เราปรุงแต่งอาหารให้น้อยลงได้ ยกตัวอย่างเช่น ปกติเราอาจจะใส่น้ำปลาในเมนูการทำอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ แต่พอเราได้ใส่เจ้าอูมามิลงไปเราก็อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องใส่น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ เราอาจจะใส่เพียงแค่ 5 หยดก็เป็นได้ เนื่องจากอูมามิสามารถทำให้เมนูอาหารนั้นของคุณนัว และอร่อยได้ โดยที่คุณไม่ต้องใส่สารปรุงแต่งอื่นๆ มากจนเกินไปนั้นเอง ซึ่งก็เป็นของดีของเจ้า ผงชูรส 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

น้ำตาล เป็นของหายาก และมีแต่คนรวยเท่านั้นที่ซื้อได้

BMW อีกหนึ่งแบรนด์มาแรงแสงโค้งโลกจริงๆ

benz เป็นอีกหนึ่งรถที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมี